Get started with Power BI Desktop

สวัสดีครับทุกท่าน บทความในวันนี้เรากลับมาในเรื่อง Power BI บ้างนะครับ หลังจากเรื่องนี้ไม่ได้พูดไปนาน ซึ่งหัวข้อในวันนี้คือ เริ่มต้นการใช้งาน Power BI Desktop นั่นเองครับ ถ้าคุณอยากลองหัดใช้งาน Power BI เป็นหล่ะก็ ตามผมมาเลยครับ

เริ่มต้นใช้งาน Power BI

หากท่านยังไม่มีโปรแกรม Power BI Desktop สามารถโหลดเพื่อติดตั้งได้ที่นี่เลยครับ https://powerbi.microsoft.com/en-us/desktop/  เมื่อติดตั้งโปรแกรมเรียบร้อยแล้ว ก็เรียกใช้โปรแกรมได้เลยครับ

เมื่อเข้าโปรแกรมแล้ว จะมีหน้าต่างต้อนรับขึ้นมา ให้เราเลือก Get data เพื่อระบุว่าข้อมูลต้นทางคืออะไร เพื่อนำมาใช้แสดงในโปรแกรม Power BI นั่นเอง

 

เมื่อเลือก Get Data แล้ว โปรแกรมจะถามเราว่า จะให้ไปดึงข้อมูลจากแหล่งไหน ซึ่ง Power BI สามารถเชื่อมต่อได้หลากหลายมากๆ เช่น excel file, csv, text, database ต่างๆ, หรือกระทั่ง service ต่างๆเช่น OneDrive, web site ต่างๆ และอื่นๆอีกมากมาย ตัวอย่างนี้เราเลือกเป็น Excel และเลือก Connect ได้เลยครับ

เลือกไฟล์ที่ต้องการในเครื่องของเราครับ ซึ่งไฟล์ที่เลือกก็คือประวัติการขายสินค้านั่นเอง

เมื่อเลือกไฟล์แล้ว ให้เราเลือก sheet ที่ต้องการ ก็คือ Sheet1 และกด Load เพื่อดึงข้อมูลเข้าสู่โปรแกรม Power BI

เมื่อโหลดสำเร็จ ในหน้าจอ Power BI ในส่วน Fields จะมีข้อมูลที่โหลดมาแสดงให้เราเลือกใช้ได้ทันทีครับ

ในส่วน Visualization จะเป็น Chart และ Graph ต่างๆให้เราสามารถลากนำมาแสดงได้

ลองลากราฟแท่งแบบ stack มาลองเล่นๆดูครับ แล้วลากฟิลล์ที่ต้องการเช่น Transaction day ลงในช่อง Axis(แนวแกน x), ลาก Product ID ลงใน Legend(ใช้แยกเป็นกลุ่มๆ ในกราฟแท่งเดียวกัน) และลาก Sale Quantity ลงในช่อง Value เพื่อแสดงยอดขายรายชิ้น เมื่อเราเอาเม้าส์ไปวางที่แท่งกราฟ ก็จะมีรายละเอียดในสิ่งที่เราเอาเม้าส์ไปวางแสดงออกมานั่นเอง

Menu Bar – Home

มาเริ่ม Tab Home กันก่อน ผมจะอธิบายจากซ้ายไปขวานะครับ

Clipboard( Paste, Cut, Copy, Format Painter)> ไว้สำหรับทำเกี่ยวกับการ Copy วางสิ่งต่างๆ
Get Data > ไว้ดึงข้อมูลเข้ามาเพิ่มลงใน Power BI
Recent Sources > ในกรณีเราเคยดึงข้อมูลมาก่อน เราสามารถเลือกใช้ Menu นี้เพื่อดึงข้อมูลมาเหมือนครั้งก่อนๆ เพิ่มโดยไม่ต้องตั้งค่าใหม่
Edit Queries > ใช้สำหรับแก้ไข Query ของการดึงข้อมูล จะพูดในรายละเอียดภายหลังครับ
Refresh > เมื่อข้อมูลต้นทาง มีการแก้ไข หรือเพิ่มข้อมูล เราสามารถกด Refresh เพื่อดึงข้อมูลล่าสุดมา Update ใน Power BI อีกครั้ง
Resources > ใช้โหลด Template จาก web Power BI มาใช้ได้ครับ
New Page > ใช้สร้างหน้าใหม่ หรือ copy หน้าปัจจุบันแล้วนำไปสร้างเป็นหน้าใหม่
New Visual > ใช้สร้างกราฟ โดยจะสร้างเป็นโครงกราฟเปล่าๆ ให้เราเลือกข้อมูลมาใส่ในกราฟนี้ได้
Text box, Image, Shapes > ใช้สร้างกล่องข้อวาม, รูปภาพ, และรูปแบบ Shape ต่างๆ เช่นเส้นลูกศร วงกลม อื่นๆออกมาแสดง
Custom visual > เราสามารถเอา custom visual ซึ่งเป็นกราฟที่พึ่งจะพัฒนา มาแสดงได้
Manage Relationships และ New Measure ขอยกไปพูดในส่วน Tab Modeling แทนนะครับ
Publish > ใช้ upload file Power BI ไปยัง Cloud เพื่อใช้จัดการ Power BI บนเว็บอีกทีครับ

 

Menu Bar – View

ต่อมาจะเป็น Tab View นะครับ ในส่วนนี้จะเป็นการจัดการหน้าจอต่างๆ ซึ่งปกติเราออกแบบจะเป็นในรูปแบบ Desktop Layout แต่ถ้าเราอยากให้แสดงในมือถือซึ่งมีขนาดหน้าจอจำกัด เราสามารถมาออกแบบหน้าจอ ใน Phone Layout ได้ครับ

เมื่อคลิ๊กที่ปุ่ม Phone Layout ก็จะเปลี่ยนเป็นหน้าจอสำหรับมือถือ เราก็ลาก chart ต่างๆ มาใส่ได้ทันที

 

ในส่วน Page View จะเป็นการปรับหน้าจอที่ออกแบบอยู่ในรูปแบบ Fit to Page, Fit to Width และ แสดง Actual size จริงๆ
และจะมี check box อีกสองตัวคือ Show Gridlines คือการแสดงเส้นประ เพื่อง่ายต่อออกแบบให้ตรงกัน และ Snap Objects to Grid ถ้าติ๊กอันนี้จะช่วยให้เราลาก object ให้ตรงกับเส้นประง่ายขึ้น

Menu Bar – Modeling

และในส่วนสุดท้ายคือ Modeling จะเป็นส่วนที่เราจัดการกับข้อมูลครับ

Manage Relationships > เป็นส่วนไว้จัดการการเชื่อมต่อของแต่ละตาราง หากเรามีตารางหลายตารางและมีการเชื่อมกันด้วย Key อยู่ เราสามารถเพิ่ม ลบ แก้ไข ได้จากที่นี่ครับ
New Measure > เป็นสร้างตัว Measure ใหม่ ซึ่ง Measure นี้จะเป็นสูตรที่คำนวนออกมาในแนว Column ครับ เช่น SUM, COUNT, AVERAGE ต่างๆ ฉะนั้นค่านี้จะหมุนเปลี่ยนตามมุมมองที่เราเลือกดูใน Chart นะครับ เช่น ผลรวมยอดขายสินค้า หากเราดูยอดขายรายวันเป็นค่า 100 บาท แล้วเราใส่ให้แบ่งตามสินค้า ผลรวม 100 นี้จะเปลี่ยนไปแล้วแบ่งเป็นรายสินค้านั่นเองครับ
New Column > เป็นการสร้าง Column ใหม่ครับ แต่สูตรคำนวนจะเป็นแนว Row แทน เช่น ถ้า column นี้เป็นค่านี้แล้ว Column ใหม่จะเป็นค่าอะไร เป็นต้นครับ ฉะนั้นเราจะไม่สามารถใช้สูตรที่คำนวนมาจากหลายๆบรรทัดเหมือน Measure ได้ และตัว Measure เองก็ไม่สามารถใช้สูตรคำนวนแนว Row ได้เหมือนกัน แยกขาดจากกันเลยครับ
New Table > จะเป็นการสร้าง Table ใหม่โดยอ้างอิงกับ Table ที่มีอยู่ และจะต้องใช้ DAX Function นะครับ ประโยชน์ในส่วนนี้ใช้สำหรับสร้างข้อมูลหลักเพื่อใช้เป็นตัว Connector ของแต่ละ Table นั่นเองครับ เช่น สร้างตารางรหัสลูกค้าแบบไม่ซ้ำกัน จากรายการซื้อขาย
Sort > ใช้สำหรับเรียงข้อมูลที่ต้องการครับ
Formating > ใช้สำหรับเปลี่ยนประเภทของข้อมูล เช่น เป็นตัวเลข, ตัวอักษร, %, จำนวนทศนิยม
Properties > ใช้กำหนดประเภทข้อมูล และค่าเริ่มต้นเมื่อนำข้อมูลมาใส่ใน Chart ว่าให้เป็น Sum, Count, Average เป็นต้นครับ
Security > เป็นส่วนใช้การจำกัดสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลครับ ว่า User นี้เข้าถึงข้อมูลไหนได้บ้าง ซึ่ง ณ.ปัจจุบัน การใช้ Function นี้ support เฉพาะการรันบน App และต้องใช้ Power BI Pro License ด้วยนะครับ
Group > เป็นส่วนการจัดกลุ่มของข้อมูล เช่น อยากให้สินค้า A, B ไปอยู่ในกลุ่ม 1 และ สินค้าอื่นๆ ไปอยู่อีกกลุ่ม เราสามารถสร้างกลุ่มขึ้นมา แล้วให้กราฟแสดงข้อมูลแบ่งเป็นกลุ่มที่สร้างใหม่ได้

จบแล้วครับ ในตอนแรก อยากให้ทดลองเล่นในโปรแกรมกันก่อนนะครับว่า แต่ละตัวคืออะไร ทำอะไรได้บ้าง ตอนถัดไปจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ Relationship ของข้อมูล เราจะมีวิธีจัดการข้อมูลอย่างไรบ้าง แล้วติดตามใหม่ตอนถัดไปนะครับ หากมีข้อสงสัยสามารถพูดคุยใน page กันได้นะครับ สวัสดีครับ

 

No Comments

Leave a Comment