Introduction to Business Intelligence using Power BI

What is Business Intelligence?
โปรแกรมประเภท Business Intelligence (ซึ่งเรียกสั้นๆว่า BI) เป็นโปรแกรมที่ใช้สำหรับสรุปข้อมูลที่เราสนใจให้เป็นรูปแบบ dashboard ซึ่งจะทำให้การมองข้อมูลที่เกี่ยวข้องกันเป็นภาพรวมได้กว้างขึ้น  โดยโปรแกรม BI ในปัจจุบันมีหลายตัวมากๆ เช่น Tableau, Qlikview, Cognos แต่โปรแกรมที่จะพูดถึงในครั้งนี้คือ MS Power BI ซึ่งมึความโด่ดเด่นในเรื่องความเรียบง่ายในการออกแบบและมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำมากๆ แต่ถ้าหากข้อมูลมีจำนวนไม่มากก็ไม่มีค่าใช้จ่ายเลย จึงเป็นโปรแกรมที่ผมแนะนำสำหรับผู้เริ่มต้นครับ

 

ทำไมต้องใช้  BI ใช้โปรแกรมชนิดอื่นแทนได้ไหม?
จริงๆแล้วโปรแกรม Excel นั้นก็สามารถแสดงกราฟได้เช่นเดียวกับ BI แต่หากเราสนใจข้อมูลเจาะจงแล้วให้ทุกๆกราฟนั้นเปลี่ยนข้อมูลตามที่เลือกไว้ ใน Excel นั้นไม่สามารถทำได้เอง ผู้ใช้ต้องมาเลือก filter ตามข้อมูลที่เลือกเอง ทำให้การวิเคราะห์ข้อมูลยากลำบากกว่ามาก หรืออยากจะค่อยๆดูข้อมูลตามลำดับขั้นเช่น ดูตามภูมิภาคแล้ว อยากดูลึกลงไปเป็นรายจังหวัด แล้วไปดูรายเขต ซึ่ง BI สามารถทำได้อย่างง่ายดาย และยิ่งไปกว่านั้น BI ยังสนับสนุนการแสดงกราฟบนเว็บและบนแอปมือถือทั้ง  Android และ iOS และยังสามารถทำหนดสิทธิให้กับแต่ละผู้ใช้ว่าสามารถยอมให้ดูข้อมูลได้แค่ไหนอีกด้วย ทั้งหมดนี้ Excel อาจจะทำได้บ้างแต่ไม่สมบูรณ์เทียบเท่า BI และต้องใช้ระยะเวลาจำนวนหนึ่งในการพัฒนาในรูปแบบ VBA ซึ่งใช้ทรัพยากรและเวลาในการพัฒนามากกว่าการเลือกใช้ BI ในตอนแรกไปเลยนั่นเอง

 

ปูพื้นฐานประเภทของข้อมูล
ก่อนอื่นหัวใจของโปรแกรมนี้ที่จะทำให้โปรแกรมสามารถทำงานได้คืออะไรครับ คำตอบก็คือข้อมูลไงครับ ไม่มีข้อมูลแล้วจะเอาอะไรมาแสดงจริงไหมครับ ซึ่งข้อมูลที่จะเอามาใช้นั้นจะแบ่งเป็นสองประเภทใหญ่ๆคือ master data จะเป็นข้อมูลเพื่อใช้เป็นแกนหลักในการอ้างอิงเช่น ข้อมูลลูกค้า, สินค้า, โปรโมชั่น และอีกประเภทคือ transaction data เป็นข้อมูลรายการที่เกิดขึ้นโดยจะอ้างอิงกับข้อมูล master data เสมอ เช่น รายการการขายก็จะอ้างอิงข้อมูลสินค้า ลูกค้า หรือโปรโมชั่น เป็นต้น
หน้าที่ของโปรแกรม BI นั้นจะใช้สรุปข้อมูล transaction data แล้วแบ่งข้อมูลตามมุมมองที่เราสนใจ ตัวอย่างเช่น สรุปยอดขายเป็นกี่บาท แล้วแบ่งยอดขายนั้นเป็นเป็นรายวัน หรือ แบ่งตามชนิดสินค้า ประเภทสินค้า เมื่อผู้ใช้สนใจดูข้อมูลตามมุมมองที่ต้องการเช่น เมื่อคลิ๊กดูยอดขายสินค้าประเภท a แล้ว กราฟยอดขายทุกตัว ทั้งยอดขายรายวัน, ยอดขายรายสินค้า จะแสดงเฉพาะสินค้าประเภท a ที่เลือกไว้อัตโนมัติ

 

ตัวอย่างความสามารถของ BI
ตัวอย่างจากโปรแกรม เป็น Dashboard แสดงยอดขายของสินค้าภายในบ้าน

 

เมื่อเลือกประเภทสินค้า Appliances แล้ว กราฟอื่นๆจะ highlight สีเฉพาะประเภทสินค้านี้อัตโนมัติ

 

หรือหากต้องการดูยอดขายสินค้าของประเภท Appliances เป็นเท่าใดก็สามารถใช้ function drill-down เพื่อดูเชิงลึกลงไปเป็นรายสินค้า

 

พอกด Drill down แล้ว กราฟจะลงลึกแสดงเป็นรายแต่ละสินค้าที่อยู่ภายใต้ประเภท Appliances

 

หรือหากต้องการดูเป็นข้อมูลส่วนภูมิภาคก็สามารถเลือกเพื่อให้กราฟเปลี่ยนเป็นเฉพาะภาคที่เลือกได้

 

ตัวอย่างคือเลือกภาคเหนือ กราฟจะแสดงข้อมูล เฉพาะของภาคเหนือเท่านั้น

 

นอกจะผู้ใช้จะเลือกประเภทมุมมองเพื่อให้กราฟเปลี่ยนตามที่เลือกแล้ว ยังสามารถใช้คำนวนวิเคราะห์ทางธุรกิจได้เช่น การซื้อสินค้าของลูกค้า ว่ามีการซื้อสินค้าพร้อมๆกันในใบเสร็จเดียวกันเป็นจำนวนเท่าใด เพื่อสามารถใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนในการทำโปรโมชั่นได้

 

จากตัวอย่างคือ มีลูกค้าที่ซื้อ เครื่องทำแซนวิซและเครื่องปั่นน้ำผลไม้พร้อมกันถึง 2 ใบเสร็จจาก 6 ใบเสร็จที่มีการซื้อเครื่องทำแซนวิซหรือเครื่องปั่นน้ำผลไม้ ซึ่งคิดเป็น 33% และมีเพียง 4 ใบเสร็จที่ไม่ได้ซื้อพร้อมกัน หรือ คิดเป็น 66% นั่นเอง ซึ่งเราสามารถพิจารณาในการทำโปรโมชั่นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าพร้อมกันได้มากขึ้น
โปรแกรม BI นั้นจะทำหน้าที่แสดงผลให้ดูเป็นภาพรวมได้ดีขึ้น ในหลายๆมุมมองด้านกว้างและมุมลึกหลายลำดับขั้นของข้อมูลได้ ซึ่งเราสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ทางสถิติ และทำข้อมูลเพื่อใช้การพยากรณ์หรือคาดการณ์เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น แล้วนำมาแสดงด้วย Power BI ได้
ตอนหน้าจะพูดถึงการเริ่มต้นการใช้ Power BI โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ…

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

No Comments

Leave a Comment